Nan, don’t be hestitated
ถึงแม้ว่าเมื่อคืนวันพฤหัสจะนั่งปั่นการบ้านถึงตีสี่ครึ่ง และเข้านอนตอนตีสามในคืนวันศุกร์ เช้าวันเสาร์วันนี้ก็ต้องเคี่ยวเข็ญให้ตัวเองลุกจากเตียงตอนเจ็ดโมงเช้า โอวว ให้ตายเถอะ ทำไมถึงเหนื่อยขนาดนี้ก็ไม่รู้ แต่ในเมื่อเราตัดสินใจแล้ว ก็ไม่ควรทิ้งความตั้งใจไว้
เรื่องของเรื่องก็คือ วันนี้ต้องไปแข่งการประกวดทักษะมัคคุเทศก์ของม.ศิลปากร ค่ะ มีหัวข้อที่ต้องเตรียมพูดทั้งหมด 25 เรื่อง แต่อ่านเตรียมไปไม่ถึงสิบเรื่องเลย แล้วไอ้ที่อ่านก็เพิ่งอ่านเมื่อคืนที่นอนตีสามนั้นแหล่ะ เหอๆ แทบจะไม่มีอะไรในหัวเลย ที่ไม่ได้เตรียมตัวเลยก็เพราะว่ากะจะสละสิทธิ์อยู่แล้วเชียว เพราะช่วงนี้ยุ่งมาก แต่เจ้าพิ้งค์เพื่อนยาก บอกว่า “อย่าเครียดเลยแก เดี๋ยวก็แถๆไปได้” ตอนที่พิ้งค์บอกก็ยังคิดในใจว่า เออ…จะดีหรอพิ้งค์ เดี๋ยวไปขายหน้าเขาน้าาาา แต่พอคิดไปคิดมา เราก็รู้สึกว่าถ้า่สละสิทธิ์ มันจะเป็นการดูถูกตัวเองเหมือนกัน เพราะเราคิดเอาเองว่าเราจะทำได้ไม่ดี ทั้งๆที่เรายังไม่ได้ให้โอกาสตัวเองเลย
วันนี้ก็เลยลุกจากเตียงทั้งที่ยังมึนๆ แล้วก็ตัดสินใจจ่ายเจ็ดสิบบาทเพื่อนั่งแท๊กซี่ไปท่าช้าง เนื่องจากฝนตก และไม่ไว้ใจตัวเองว่าจะท้อและนึกถอยหลังเอากลางคันหรือเปล่า ไปถึงม.ศิลปากรได้สิบนาทีก็ได้แข่งเลยค่ะ เหอๆ ไวทันใจ ปรากฏว่าผ่านรอบแรกค่ะ พอจับฉลากแข่งรอบสอง ปรากฏว่าได้พูดเรื่องถนนเยาวราชและถนนพาหุรัด อันนี้รู้สึกว่าโชคดีมาก เพราะว่านั่งรถผ่านเยาวราชทุกวัน เลยรู้สึกมีกำลังใจ และปรากฏว่าพอแข่งแล้วก็ผ่านรอบสองค่ะ
จะแข่งรอบชิงวันจันทร์นี้ เอาใจช่วยด้วยน้าา ยังไม่ได้เลือกเบยว่าจะพูดเรื่องอะไรดี แต่ก็พยายามจะไม่เครียดแล้ว เครียดทีไรก็รู้สึกว่าทรมานตัวเองทุกที ทำให้มันสนุกๆดีกว่า
แข็งเสร็จก็เดินไปกินข้าวกับนนท์ที่ท่าพระจันทร์ เพิ่งนึกได้ว่าไม่ได้เจอนนท์มาเป็๋นอาทิตย์แล้ว ทั้งที่เมื่อก่อนเจอกันแทบทุกวัน กินเสร็จก็กลับมานอนอีกเกือบสองชั่วโมง และก็ยังง่วงอยู่เลยด้วย เหอๆ
วันนี้เลยนึกถึงที่ฝ้ายเขียนไว้เลยว่า “อย่าบอกตัวเองว่าทำไม่ได้ ถ้ายังไม่ได้ลองทำ”
ขอบคุณนะพิ้งค์ ขอบคุณนะน้องฝ้าย