เพิ่งได้อ่านบลอคของพี่ป๊อบที่เขียนเกี่ยวกับหนึ่งปีที่ผ่านมา เลยคิดว่าน่าจะเขียนบ้าง
ปีนี้ผ่านไปไวมาก คิดว่าเป็นเพราะปีนี้เรียนหนัก และปกติแล้วเป็นคนให้ความสำคัญกับเวลา ไม่ชอบปล่อยให้ตัวเองอยู่เฉยๆโดยไม่ทำอะไร ถ้าวันไหนขี้เกียจก็นั่งอ่านข่าว-บลอคบนเน็ต ออกไปถ่ายรูป อ่านหนังสือ จะไม่ปล่อยให้ตัวเองนั่งดูทีวี นอน กิน ทั้งวัน (นี้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ไม่ค่อยกลับบ้าน เพราะกลับทีไร ได้ทำสามอย่างหลังทุกที) พอทำตัวยุ่ง เวลาเลยผ่านไปไว และก็เป็นเวลาที่ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเหมือนกัน จะเล่าให้ฟังในย่อหน้าถัดๆไปคะ
จะขอเล่าก่อนว่าเพิ่งได้อ่านหนังสือของคุณนิ้วกลม ชื่อหนังสือ”ลอนดอนไดอารี่ พอจะมีเวลาให้ความสุขบ้างไหม” เล่ม 1.1 สำนักพิมพ์อะบุ๊ค ราคา 220 บาท ซื้อที่ Kinokuniya สยามพารากอน ปกติจะไม่ค่อยอ่านหนังสือแนว travel journal แต่เล่มนี้พิเศษกว่าเล่มอื่น ตรงที่คนเขียนไม่ได้พรรณนาสิ่งที่เจอระหว่างทางแต่ยังให้ข้อคิดดีๆเกี่ยวกับชีวิตด้วย แต่ถึงกระนั้นก็ไม่น่าเบื่อ มีมุขตลกแทรกตลอด อ่านไปหัวเราะไป สามวันจบเล่ม
มีย่อหน้าหนึ่งที่คุณนิ้วกลมเขียนเอาไว้ว่า คนเราหายใจเข้าออกอยู่ทุกวัน แต่จะมีสักกี่ครั้งที่เรารู้ว่าเราหายใจอยู่ น้อยครั้งมากที่เราจะเห็นความสำคัญของลมหายใจ และ “เราดำเนินชีวิตไปโดยอัตโนมัติทุกวี่ทุกวัน น้อยครั้งที่เราจะรู้สึกว่า-ฉันกำลังมีชีวิต” แล้วคุณนิ้วกลมก็สรุปย่อหน้านั้นไว้ว่า เมื่อเรารู้สึกว่ามีชีวิตเมื่อไหร่ “เราจึงได้คิดว่าเราอยากใช้ชีวิตอย่างไร”
ช่วงวันหยุดปีใหม่ที่ผ่านมา ถือเป็นช่วงสั้นๆในรอบหลายเดือนที่ได้”พัก”จริงๆ ถึงแม้จะรู้ว่าควรนั่งทำการบ้านด้วย แต่สิ่งที่ทำให้แนนคิดได้ก็คือ ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เป็นปีที่มีญาติผู้ใหญ่จากไปถึงสามคน ซึ่งถือว่าเยอะมาก และบทสนทนาระหว่างพี่ชายกับแนนในวันหยุดที่เราขับรถไปเที่ยวกันทำให้แนนได้รู้ว่าช่วงที่เรามีชีวิตอยู่ให้ทำอะไรที่เราคิดว่าเราจะไม่มานั่งเสียใจว่าเราไม่ได้ทำ พี่ชายยกตัวอย่างว่าเค้าเสียใจที่เมื่อก่อนไม่ได้ดูแลแม่เท่าที่ควร พาสาวไปกินข้าวแต่ไม่เคยพาแม่ไปกินข้าว เลยทำให้แนนย้อนหลับมานึกถึงตัวเอง
ระหว่างทางวันนั้นเลยนั่งนึกย้อนกลับไปว่าที่ผ่านมา ตัวเองดูแลแม่ดีขนาดไหน ไม่ค่อยกลับบ้าน มัวแต่ทำงานอ่านหนังสือ ทำงาน ในแง่หนึ่งมันก็เป็นสิ่งทีดี เพราะเรารับผิดชอบหน้าที่การเป็นนักเรียน แต่ในอีกแง่หนึ่ง”ครอบครัว”ก็ถือเป็นสิ่งที่เราขาดไม่ได้เหมือนกัน ที่ผ่านมาเวลามีปัญหาอะไร ครอบครัวไม่เคยซ้ำเติม ตอกย้ำ ว่ากล่าว มีแต่จะช่วยเหลือ รักษา เยียวยา ปกป้อง เป็นที่พักพิงของเราเสมอ ขณะที่เรามัวแต่ยุ่งตลอดเวลา ขยันเรียนจะได้เข้ามหาลัยดีๆ ขยันอ่านจะได้เกรดดีๆ เพื่อที่จะได้งานดีๆ อีกหน่อยก็ต้องขยันทำงานเพื่อให้ได้ตำแหน่งดีๆ เงินดีๆ หวังว่าจะได้เอาเงินมาดูแลแม่ดีๆ แต่กว่าจะถึงวันนั้น เราจะต้องปล่อยให้แม่เหงาอยู่อีกกี่วัน และที่สำคัญคือ ถ้าอะไรๆมันไม่เป็นไปตามที่เราวางแผนไว้ละ เราจะมาเสียใจทีหลังหรือเปล่า
เราพอจะมีเวลาให้ความสุขกับคนอื่นบ้างไหมนะ
คุณนิ้วกลมเขียนไว้อีกว่า “ความรักไม่เคยเกิดขึ้นเมื่อเราคิดถึงตัวเอง” ซึ่งแนนคิดว่ามันใช้อธิบายได้ดีทีเดียว ยามใดที่เราหวังผลเพื่อตนเอง เมื่อนั้นเรามีความรักให้กับตัวเองเท่านั้น ถ้าทุกคนในครอบครัวนึกถึงแต่ตัวเอง ก็คงไม่มีใครมีความรักให้กัน จริงไหมคะ
อันที่จริงก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง เราเลือกใส่เสื้อผ้าที่เราคิดว่าเหมาะกับเราที่สุด เลือกกินสิ่งที่เราคิดว่าอร่อยที่สุด เลือกคบแฟนที่เราคิดว่าเราจะมีความสุขด้วยมากที่สุด แต่ท้ายที่สุดแล้ว ถ้าเราไม่เคยทำสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดเพื่อคนอื่นบ้าง ชีวิตเราคงไม่ค่อยมีอะไรให้เราภาคภูมิใจ ให้เราเห็นคุณค่าของตัวเราเอง หรือให้คนอื่นเห็นคุณค่าในตัวเราเอง
ถึงเวลาแล้วที่จะให้เวลาเพื่อความสุขของคนอื่นบ้าง