Europe trip-Day 1: Rome
“แนนจะไปยุโรปไหม”
“ไปเมื่อไหร่คะ” แนนถามกลับ
“สงกรานต์” คนถามตอบกลับมา
“หรอคะ…ก็น่าจะได้ละมั้ง”
นั่นเป็นประโยคสั้นๆที่ทำให้คนๆหนึ่งได้เปิดประตูสู่โลกกว้างที่ไม่ค่อยจะได้เปิดมานานแล้ว แนนเตรียมเอกสารขอวีซ่าตลอดจนแพ๊คกระเป๋าแบบเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งว่าจะได้ไปจริงๆ เพราะไม่เคยคิดว่าตัวเองจะได้ใช้เงิน(ที่หาไม่ค่อยจะได้)มาเที่ยวพักร้อนแบบนี้ แนนเลยคิดว่าไปเที่ยวครั้งนี้คงเป็นครั้งที่ไม่เหมือนกับครั้งอื่นๆแน่นอน
และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ… แล้วเดี๋ยวจะเล่าให้ฟังคะ
สิบชั่วโมงบนสายการบินลุฟฮันซ่าพาคณะทัวร์ของเราไปสู่กรุงโรม เมืองหลวงของอิตาลีที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์กว่าสองพันปี หลังจากที่เราออกจากสนามบินลีโอนาร์โด-ดาร์วินชีตอนประมาณเก้าโมงเช้า เราก็ตรงไปที่โคลอซเซียมเลยค่ะ เหอๆ ฟันเฟินไม่ต้องแปรง เที่ยวก่อน แต่เอาเถอะ มาไกลขนาดนี้เรื่องเที่ยวต้องเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก
เรานั่งรถประมาณยี่สิบนาทีจากสนามบินก็ถึงในตัวเมืองของกรุงโรมคะ เห็นโคลอซเซียม (Colosseum) เด่นตระหง่านอยู่หน้าถนน ไม่น่าเชื่อว่าอาคารหลังนี้จะเป็นที่สังเวยชีวิตคนโบราณมานับพันคนเพื่อความบันเทิง แต่ก็อดทึ่งกับสถาปัตยกรรมอันสุดยอดของชาวโรมันไม่ได้ ที่สามารถเนรมิตให้อิฐหินปูทรายธรรมดาเป็นอาคารอัฒจรรย์แห่งแรกของโลก แถมจุคนได้ครึ่งแสนอีกต่างหาก ทีแรกนึกภาพเอาไว้ว่าโคลอซเซียมจะมีสภาพสมบูรณ์กว่านี้ เพราะพอมาเห็นของจริงใกล้ๆ รู้สึกว่ามันมีรูพรุนมากกว่าที่คิดแฮะ แต่อย่างว่าแหล่ะ มันสร้างมาเฉียดๆสองพันปีแล้วนี่นา

โคลอซเซียมและรูพรุน

แถมให้อีกมุมนึง
ติดกับโคลอซเซียมคือประตูชัยคอนสแตนติน นับเป็นประตูชัยแห่งแรกของโลกและเป็นต้นแบบในการสร้างประตูชัยไปโดยปริยาย ที่นี้นับเป็นเครื่องหมายแห่งชัยชนะของชาวคริสต์แห่งแรก โดยจักรพรรดิคอนสแตนตินทรงรบชนะจักรพรรดิมักเซนติอุสในปี คศ. 312 จึงได้สร้างประตูชัยขึ้นเป็นอนุสรณ์และสถาปนาคริสตศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ประตูชัยแห่งนี้เป็นต้นแบบของประตูชัยที่ฝรั่งเศส

ประตูชัยคอนสแตนติน
ติดกันกับโคลอซเซียมเป็นโรมันฟอรั่ม (Foro Romano)เป็นศูนย์กลางของการเมืองการปกครองของกรุงโรม กิจกรรมทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้ง การปราศรัย การเสวนาแลกเปลี่ยน การฟ้องร้อง ต่างก็เกิดขึ้นที่นี้ทั้งสิ้น แนนไม่ได้เข้าไปข้างในเพราะมันไม่ได้อยู่ในโปรแกรมทัวร์ ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย แต่ก็แอบๆเดินไปถ่ายรูปมานิดหน่อย
หลังจากนั้นก็เป็นเวลาของมื้อเที่ยงคะ เราไปร้านอาหารจีนไม่ไกลจากโคลอซเซียม แต่เข้าไปในร้านแทนที่จะเจอคนจีน ข้าพเจ้าแลไปทางไหนก้เห็นแต่คนไทยยยยยยย ทั้งนั้นเลย ให้ตายเหอะ อุตส่าห์บินข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงเมดิเตอร์เรเนียน พอเห็นอย่างนี้นึกว่านั่งอยู่ร้านแถวๆอ่าวไทย มาทราบเอาหลังกินเสร็จแล้วว่ามาเที่ยวช่วงสงกรานต์ก็จะต้องเจอกับทัวร์กรุ๊ปอื่นๆ แบบนี้แหล่ะ ทั้งร้านจุคนได้เกือบร้อยคนซึ่งก็เป็นคนไทยเสียหมดเลย มีฝรั่งนั่งอยู่ครอบครัวนึงตรงกลาง แนนรู้สึกว่าเค้าเข้าผิดร้านเลยอ่ะ เหอๆ
กินข้าวเสร็จก็เป็นเวลาเดินต่อ เราเดินประมาณสองนาทีก็ถึงบันไดสเปน (Scalinata di Spagna)อันเลื่องชื่อ ที่นี้เป็นบันไดที่กว้างและยาวที่สุดในยุโรป โดยมีทั้งหมด 138 ขั้น ใช้เวลาสร้างเพียงสองปีเท่านั้น ถึงแม้ทำเลที่ตั้งจะอยู่ใจกลางกรุงโรมแต่ที่ชื่อว่าบันไดสเปนก็เพราะว่าที่นี้เป็นบันไดที่สร้างขึ้นตรงกลางระหว่างโบสถ์กับสถานทูตสเปนค่ะ แต่ตอนนี้สถานทูตสเปนย้ายห่างออกมาอีกนิดนึงแล้ว แนนว่าที่นี้ใช้บันไดเป็นที่นั่งมากกว่าที่เดิน พี่ไกด์บอกว่าคนชอบใช้ที่นี้เป็นที่นัดหมาย และที่นั่งพักขาเพราะถัดจากบันไดคือถนนคอนดอตติ อันเป็นย่านช๊อปปิ้งของแบรนเนมสารพัดยี่ห้อ โชคดีที่วันที่แนนไปมันเป็นวันอาทิตย์ ไม่งั้นคณะที่ไปด้วยคงใช้เวลาตรงนี้อีกนานเลย

บันไดสเปนและแนนเองจ้า
ที่ถัดไปที่เราแวะคือน้ำพุเทรวี่ (Fontana di Trevi)นั่นเอง อิอิ อันนี้อยากไปมานานแล้ว ไฮไลท์ของการมาเยือนน้ำพุแห่งนี้คือการยืนหันหลังให้น้ำพุแล้วโยนเหรียญพร้อมอธิฐานว่าขอให้ได้กลับมากรุงโรมอีกครั้ง อันนี้แนนก็ไม่พลาดที่จะโยนด้วย กะว่าถ้าได้ไปอีกจะโยนให้หมดกระเป๋าเลย ฮ่าๆๆๆ เพราะเงินที่ได้ในก้นสระน้ำกว่าสามพันยุโรในแต่ละวันจะถูกน้ำไปบริจาคตามโรงพยาบาลและกาชาด น้ำพูแห่งนี้ที่ชื่อว่าเทรวี่ก็เพราะมันตั้งอยู่ตรงจุดตัดของถนนสามสาย(Tre Vie) และที่ยืนเด่นเป็นสง่าบนยอดน้ำพุก็คือเทพเจ้าเนปจูนอันเป็นเทพเจ้าแห่งน้ำนั่นเอง ซึ่งนอกจากย่านนี้จะมีน้ำพุที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลีแล้ว ยังมีร้านไอศครีมอร่อยๆตลอดเส้นทางด้วย คนโปรดไอศครีมอย่างดิชั้นก็ไม่พลาด ซัดไปสามรสในหนึ่งถ้วย อิอิ ค่าเสียหายสามยูโรคะ

เทพเจ้าเนปจูนที่น้ำพุเทรวี่
หลังจากที่อิ่มอร่อยกับไอศครีมอันเลื่องชื่อ เราก็เที่ยวกันต่อที่นครวาติกันที่ถือว่าเป็นรัฐที่เล็กที่สุดในโลกคะ สิ่งแรกที่เราจะเห็นเมื่อมาเยือนวาติกันก็คือมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์คะ(Saint Peter’s Basilica) และที่เด่นไม่แพ้กันคือลานขนาดใหญ่อลังการงานสร้างฝีมือของแบร์นินี่-ศิลปินเอกของอิตาลี ซึ่งเป็นลานกว้างหน้ามหาวิหาร มีเสาโอเบลิสก์-เสาหินยอดปิระมิดที่ขนมาจากอียิปต์ตั้งแต่สมัยก่อนโน้นนนน เราจะเห็นเสาพวกนี้ได้ทั่วกรุงโรมเลยคะ ลานนี้แบร์นินี่ตกแต่งด้วยเสาหิน 284 ต้นเรียงซ้อนกันเป็นครึ่งวงกลมสองชั้นแถมด้วยน้ำพุอีกสองอันตรงกลางลาน สวยยยย

มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ วาติกัน
วันนี้มีคนยืนเข้าคิวต่อแถวเพื่อเข้าวิหารประมาณแปดล้านคนนนนน แหะๆ พูดเล่นคะ แต่ก็เยอะจริงๆนะ แนนยืนต่อคิวประมาณสี่สิบห้านาทีและแน่นอนมาเยือนถึงวังพระสันตะปาปาอย่างนี้มีหรือจะไม่เข้า ท้อขนาดไหนก็จะเข้าให้ได้แหล่ะ อิอิ และข้างในก็สวยไม่ผิดหวังจริงๆคะ
หลังจากเที่ยวมหาวิหารก็กลับโรงแรมคะ คืนแรกแนนพักที่ H10 Citta Roma Hotel โรงแรมใหม่ สี่ดาว ทำเลดี
จบวันแรกคะ