<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>As a matter of fact &#187; PR</title>
	<atom:link href="http://missnanny.wordpress.com/tag/pr/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://missnanny.wordpress.com</link>
	<description>Everybody needs a place to think</description>
	<lastBuildDate>Sun, 06 Dec 2009 17:46:30 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<cloud domain='missnanny.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>http://www.gravatar.com/blavatar/33be09fe0a02c93204b21f1afeaf9cc2?s=96&#038;d=http://s.wordpress.com/i/buttonw-com.png</url>
		<title>As a matter of fact &#187; PR</title>
		<link>http://missnanny.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="http://missnanny.wordpress.com/osd.xml" title="As a matter of fact" />
		<item>
		<title>My PR course</title>
		<link>http://missnanny.wordpress.com/2008/09/29/prcourse/</link>
		<comments>http://missnanny.wordpress.com/2008/09/29/prcourse/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 29 Sep 2008 10:59:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>missnanny</dc:creator>
				<category><![CDATA[แนนชวนคิด]]></category>
		<category><![CDATA[การเรียน]]></category>
		<category><![CDATA[PR]]></category>
		<category><![CDATA[twitter]]></category>
		<category><![CDATA[web 2.0]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://missnanny.wordpress.com/?p=66</guid>
		<description><![CDATA[เทอมนี้จบแล้ว เป็นอีกเทอมที่ผ่านไปเหมือนเมื่อหกเทอมก่อนหน้านี้ และถึงแม้จะลงแค่ห้าวิชา แต่การบ้านก็ไม่แพ้คนอื่นๆที่เรียนหกตัวเลยทีเดียว และเป็นครั้งแรกที่เรียนวิชาพีอาร์ประหนึ่งเรียนวิชาเอก
ก่อนอื่นต้องขอสารภาพกับอาจารย์ก่อนว่า แนนตั้งใจจะถอนวิชานี้ตอนที่เปิดเทอมใหม่ๆ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะค่ะ คือ แนนกะว่าจะไม่เข้าเลยตั้งแต่คาบแรก เพราะเป็นช่วงที่ความอยากทำงานกราฟฟิคอยู่ในระดับสูงมาก จนคิดจะเปลี่ยนสาขาวิชาโทไปเรียนโฆษณา แต่ความตั้งใจครั้งแรกเลยที่ลงวิชา PR นี้ เพราะอาจารย์วิชามีเดียตัวแรกบอกว่าวิชานี้จะได้ทำเวบด้วย ซึ่งก็คิดว่าคงได้ทำกราฟฟิกเหมือนกัน แต่ก็มีความคิดว่าถ้าชอบนัก ก็เปลี่ยนโทไปเลยไม่ดีกว่าหรอ เพราะเค้ามีสอนทำกราฟฟิคด้วย เลยทำการขอโควต้าวิชาโฆษณาไปเรียบร้อยก่อนเปิดเทอมไม่กี่อาทิตย์ แล้วก็ไปเข้าเรียนโฆษณาในวันจันทร์
พอมาวันอังคาร แนนก็ลังเลว่าจะเข้าเรียนดีไหม เพราะยังไงก็กะถอนอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าเรียนดีกว่า ไหนๆก็ได้โควต้าเรียนแล้วก็เข้าไปฟังเสียหน่อย แต่ปรากฏว่าคลาสมีแค่สามคน!!! เลยคิดว่า่ถ้าถอนก็จะเหลือแค่สองคน อาจารย์อาจจะสอนลำบาก และถ้าเรียน ก็จะถือว่าเป็นกำไรของเรา เพราะแน่นอนว่าคลาสเล็ก เราจะตักตวงบทเรียนได้มากกว่าเซคใหญ่ๆอยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เรียนพีอาร์มาสองตัวก็คนเรียนเยอะ ประกอบกับที่ำไปนั่งเรียนโฆษณามาเมื่อวันจันทร์ ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเราเท่าไหร่ เพราะเนื้อหาค่อนข้าง commercial เลยไม่ชอบ
เลยถอนโฆษณาออก และก็ดีใจที่ตัวเองตัดสินใจอย่างนั้น
วิชานี้ ถึงแม้ว่าจะชื่อว่าเป็นสื่อพีอาร์ และมี course description ที่เขียนอธิบายไว้ว่าจะเน้นการเรียนเกี่ยวกับสื่ออินเตอร์เน็ต แต่เนื้อหาที่ได้เรียนจริงๆเยอะกว่านั้นมาก แนนไม่ได้เรียนแค่ว่าจะเอาอินเตอร์เน็ตมาใช้กับการพีอาร์แบบไหน แต่ยังได้เรียนกลไกที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี web 2.0 และโลกอินเตอร์เน็ต ที่สามารถโยงไปถึงเนื้อหาที่เป็นเรื่องสังคม เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การตลาด [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=missnanny.wordpress.com&blog=3976985&post=66&subd=missnanny&ref=&feed=1" />]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class='snap_preview'><br /><p>เทอมนี้จบแล้ว เป็นอีกเทอมที่ผ่านไปเหมือนเมื่อหกเทอมก่อนหน้านี้ และถึงแม้จะลงแค่ห้าวิชา แต่การบ้านก็ไม่แพ้คนอื่นๆที่เรียนหกตัวเลยทีเดียว และเป็นครั้งแรกที่เรียนวิชาพีอาร์ประหนึ่งเรียนวิชาเอก</p>
<p>ก่อนอื่นต้องขอสารภาพกับอาจารย์ก่อนว่า แนนตั้งใจจะถอนวิชานี้ตอนที่เปิดเทอมใหม่ๆ แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะค่ะ คือ แนนกะว่าจะไม่เข้าเลยตั้งแต่คาบแรก เพราะเป็นช่วงที่ความอยากทำงานกราฟฟิคอยู่ในระดับสูงมาก จนคิดจะเปลี่ยนสาขาวิชาโทไปเรียนโฆษณา แต่ความตั้งใจครั้งแรกเลยที่ลงวิชา PR นี้ เพราะอาจารย์วิชามีเดียตัวแรกบอกว่าวิชานี้จะได้ทำเวบด้วย ซึ่งก็คิดว่าคงได้ทำกราฟฟิกเหมือนกัน แต่ก็มีความคิดว่าถ้าชอบนัก ก็เปลี่ยนโทไปเลยไม่ดีกว่าหรอ เพราะเค้ามีสอนทำกราฟฟิคด้วย เลยทำการขอโควต้าวิชาโฆษณาไปเรียบร้อยก่อนเปิดเทอมไม่กี่อาทิตย์ แล้วก็ไปเข้าเรียนโฆษณาในวันจันทร์</p>
<p>พอมาวันอังคาร แนนก็ลังเลว่าจะเข้าเรียนดีไหม เพราะยังไงก็กะถอนอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเข้าเรียนดีกว่า ไหนๆก็ได้โควต้าเรียนแล้วก็เข้าไปฟังเสียหน่อย แต่ปรากฏว่าคลาสมีแค่สามคน!!! เลยคิดว่า่ถ้าถอนก็จะเหลือแค่สองคน อาจารย์อาจจะสอนลำบาก และถ้าเรียน ก็จะถือว่าเป็นกำไรของเรา เพราะแน่นอนว่าคลาสเล็ก เราจะตักตวงบทเรียนได้มากกว่าเซคใหญ่ๆอยู่แล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เรียนพีอาร์มาสองตัวก็คนเรียนเยอะ ประกอบกับที่ำไปนั่งเรียนโฆษณามาเมื่อวันจันทร์ ก็รู้สึกว่าไม่ใช่ตัวเราเท่าไหร่ เพราะเนื้อหาค่อนข้าง commercial เลยไม่ชอบ</p>
<p>เลยถอนโฆษณาออก และก็ดีใจที่ตัวเองตัดสินใจอย่างนั้น</p>
<p>วิชานี้ ถึงแม้ว่าจะชื่อว่าเป็นสื่อพีอาร์ และมี course description ที่เขียนอธิบายไว้ว่าจะเน้นการเรียนเกี่ยวกับสื่ออินเตอร์เน็ต แต่เนื้อหาที่ได้เรียนจริงๆเยอะกว่านั้นมาก แนนไม่ได้เรียนแค่ว่าจะเอาอินเตอร์เน็ตมาใช้กับการพีอาร์แบบไหน แต่ยังได้เรียนกลไกที่อยู่เบื้องหลังเทคโนโลยี web 2.0 และโลกอินเตอร์เน็ต ที่สามารถโยงไปถึงเนื้อหาที่เป็นเรื่องสังคม เศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ วิทยาศาสตร์ การตลาด การเมือง คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี โอววว&#8230;ใครจะเชื่อว่าทั้งหมดนี้เสพได้จากการเรียนวิชาเดียว แต่ถ้าจะเขียนว่าวิชานี้เรียนเรื่องอะไรในแต่ละศาสตร์ที่กล่าวมาบ้าง คงจะร่ายยาวจนอ่านกันข้ามวัน เอาเป็นว่า จะเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่เรียนวิชานี้ เปลี่ยนชีวิตและมุมมองของแนนยังไงบ้าง (โฮฮฮ ฟังดูซีเรียสจัง)</p>
<p>เอาด้านความคิดก่อนละกัน เพราะเมื่อความคิดเปลี่ยน พฤติกรรมจะเปลี่ยนตาม</p>
<p>ก่อนหน้านี้ชอบคิดอะไรตื้นๆ คิดง่ายๆ มองอะไรมิติเดียว เหมือนมองแผ่นกระดาษ แต่พอเรียนวิชานี้แล้วรู้เลยว่า เวลามองหรือเวลาจะคิดวิเคราะห์อะไร ต้องมองหลายๆมุม และคิดหลายๆชั้น (ฟังดูเหมือนเป็น concept ธรรมดาๆ แต่จะบอกว่าเด็กที่ปกติเรียนแต่ภาษาอย่างแนน ไม่ค่อยมีโอกาสเรียนวิชาที่ต้องมีกระบวนการคิดมากๆเท่าไหร่) ตัวอย่างหนึ่งที่แนนจำได้แม่นเลยคือเรื่อง รถเมล์ ช่วงนั้นกำลังมีข่าวที่ ครม.เสนอให้มีการยกเลิกรถเมล์พัดลม แล้วเปลี่ยนเป็นรถเมล์ NGV หกพันคันทั่วกรุงเทพฯ สิ่งแรกที่คิดตอนนั้นคือ เปลี่ยนก็ดีเพราะจะได้นั่งรถสบายๆ แอร์เย็นๆ แต่ก็คิดสงสารคนที่จะตกงานเพราะรถเมล์ใหม่จะใช้เครื่องแทนการจ้างกระเป๋ารถเมล์ และสงสารคนจนเพราะรถเมล์ใหม่จะเริ่มต้นราคาที่ 15 บาท แต่พอได้คุยกับอาจารย์เรื่องนี้ในคลาส ทำให้รู้ว่าเราจะคิดแค่นี้ไม่ได้ เพราะต้องลองนึกข้อดีที่จะส่งผลในระยะยาวด้วย ลองนึกดูว่าถ้ามีการนำเครื่องคิดเงินมาใช้แทนกระเป๋ารถเมล์ ทรัพยากรบุคคลที่เคยทำงานเก็บเงินซึ่งไม่ได้เป็นงานที่ซับซ้อน ก็จะมีโอกาสได้ไปทำงานอย่างอื่นที่ได้ฝึกทักษะและใช้ความสามารถได้มากกว่านี้ ทำให้คนได้พัฒนาศักยภาพตัวเองมากขึ้น มีความสามารถมากขึ้น และมีรายได้มากขึ้น ในขณะเดียวกัน คนจนที่เคยขึ้นรถเมล์ราคาถูก พอค่ารถขึ้นราคา คนจนก็ต้องมีการพัฒนาความสามารถและศักยภาพของตัวเอง คือ ต้องคิดและพยายามมากขึ้นเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด เช่น อาจจะต้องคิดมากขึ้นว่าต้องทำอย่างไจึงรจะมีรายได้มากขึ้น</p>
<p>หลังจากที่เรียนวิธีคิดแบบนี้แล้ว เวลาเจอเรื่องในชีวิตประจำวัน เลยรู้สึกว่า เราต้องคิดหลายๆด้าน และมีเหตุผลมากขึ้น จำได้ว่าช่วงกลางๆเทอม ห้องสมุดประกาศปรับราคาค่าปรับหนังสือ จากวันละสามบาทเป็นห้าบาทต่อเล่ม ตอนแรกที่รู้ก็หงุดหงิดเหมือนกัน แต่พอคิดไปคิดมาแล้ว ที่เราเสียค่าปรับก็เพราะว่าเรายืมเกินกำหนดเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นเพราะว่าเรารู้สึกว่าสามบาทมันน้อย เลยไม่ค่อยใส่ใจที่จะจำว่ามันกำหนดส่งวันไหน แล้วห้องสมุดเค้าก้ให้เรา renew หนังสือหรือยืมต่อได้ผ่านเวบอยู่แล้ว เพราะฉะนั้้น การขึ้นราคาครั้งนี้ก็มีข้อดีตรงที่ มันทำให้เรา active มากขึ้นที่จะต้องพยายามที่จะหาวิธีการ ที่จะช่วยให้ตัวเองไม่ถูกปรับ เช่น อาจมีการจดบันทึกที่ชัดเจน หรือ ตั้งเตือนความจำใน <a href="http://rememberthemilk.com">remember the milk</a> เป็นต้น</p>
<p>ก่อนที่จะเรียนวิชานี้ สิ่งที่คิดในแต่ละวัน จะวนๆอยู่แค่เรื่องใกล้ๆตัว เช่น การเรียน การบ้าน และหมดเวลาไปกับเรื่องแนวๆนี้แค่นั้น แต่พอเรียนวิชานี้แล้ว รู้เลยว่าโลกและสังคมที่เราอยู่นี้จริงๆแล้วมันมีอะไรให้เราคิดเยอะมากกว่านั้น เพราะเราอยู่โครงสร้างที่ใหญ่และซับซ้อน แต่ทุกอย่างก็มีความสัมพันธ์กันอย่างเหลือเชื่อและมี dynamic ตลอดเวลา การเปลี่ยนแปลงของคนๆหนึ่งซึ่งอาจจะอยู่ในซอกหลืบของโครงสร้างนี้ที่อาจจะไม่มีใครรู้จัก/เห็น ก็สามารถสร้างความเปลียนแปลงให้เกิดกับสังคมใหญ่ๆได้ เราจึงจำเป็นต้องใส่ใจกับสิ่งรอบข้างด้วย ไม่ใช่หมดเวลาไปกับเรื่องเรียนอย่างเดียว เช่น <a href="http://twitter.com">twitter</a> ที่เกิดจากไอเดียของคนๆหนึ่งซึ่งแนนไม่เคยรู้จักมาก่อน แต่สิ่งที่ twitter ทำมันส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงการสื่อสารของทั้งโลก ซึ่งถ้าแนนไม่สนใจมันหรือไม่พยายามที่จะรับรู้มัน แนนก็จะกลายเป็นคนโลกแคบ รู้จักแต่ตำรา รู้เท่าที่เห็น และจะไม่มีวันเข้าใจว่าทำไมใครสักคนต้องพยายามอะไรมากมายเพื่อทำอะไรสักอย่างด้วย</p>
<p>ส่วนเรื่องพฤติกรรม</p>
<p>อย่างแรกคือ ก่อนเรียนเป็นคนที่ไม่สนใจข่าวสารบ้านเมือง ปัจจัยนึงอาจเป็นเพราะเราเรียนภาษา(อย่างเดียวจริงๆ) เลยไม่ได้รับแรงกระตุ้นใดๆให้ติดตามคดีทักษิณ สถานการณ์การเมือง ราคาน้ำมัน ม๊อบ หรือเรื่องอื่นๆที่เป็นความเคลื่อนไหวและความเป็นไปของมนุษยชาติ มีบ้างแต่ก็น้อย และแค่ผิวเผินท่านั้น และมักติดตามเฉพาะช่วงที่มีเวลามานั่งดูข่าวในทีวี แต่ตั้งแต่ที่ได้เรียนวิชานี้ ก็เปลี่ยนไปเลย กลายเป็นคนที่บอกรับข่าวสารมากขึ้น รับฟีด อ่านบล๊อค อ่านหนังสือพิมพ์(ที่สำคัญคือเริ่มอ่านเรื่องที่เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะอ่านมากขึ้น) อ่านบทความวิเคราะห์ประเด็นต่างๆ</p>
<p>อย่างที่สองคือ ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ซึ่งอันนี้ค่อนข้างเยอะ เมื่อก่อนก็ชอบคอมฯและทำกราฟฟิค แต่ก็รู้เท่าที่เห็น ทำเป็นเท่าที่ใช้ แต่พอเรียนวิชานี้ จะเริ่มให้ความสำคัญกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับเทคโนโลยี แบบที่เพื่อนที่ไม่ได้เีัรียนวิชานี้จะไม่มีวันเข้าใจ (รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ประจำห้องคอมด้วย) ความเปลี่ยนแปลงทั้งหลาย ก็อย่างเช่น</p>
<ul>
<li>เวลาใช้คอมที่ภาคฯก็จะเลือกนั่งเครื่องที่มี firefox (ซึ่งมีอยู่เครื่องเดียว) จนตอนนี้กลายเป็นที่นั่งประจำไปแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากการได้สัมผัสความไฮโซของมัน และรู้ว่าไออีไม่ดีอย่างที่คิด</li>
<li>เวลาเจอเพื่อนเล่นคอมอยู่ ก็จะถามว่าเค้าใช้ browser อะไร</li>
<li>เลิกเล่น MSN และเลิกใช้ Hotmail หลังจากที่เป็นลูกค้าประจำมาตั้งแต่มอต้น เพราะชีวิตถูกยกระดับด้วย Gmail และ Google Talk</li>
<li>เลิกเชค Hi5 อย่างถาวร จากเดิมที่ไม่ชอบมันอยู่แล้ว</li>
<li>ใช้ <a href="http://missnanny.multiply.com">Multiply</a> น้อยลงมาก อันนี้แปลกใจเหมือนกัน เพราะจริงๆชอบถ่ายรูป จะอัพโหลดรูปอยู่เรื่อยๆ และมักเห่อและภาคภูมิใจกับมันมากๆ แต่พอเรียนวิชานี้แล้วแทบไม่ได้แตะเลย  คงเป็นเพราะว่าเบื่อจะต้องคอยทำลายน้ำทุกรูป และคิดว่าเป็นสิ่งที่เสียเวลา มีความคิดว่าคนเราน่าจะมีจิตสำนึกในการใช้ผลงานของคนอื่นมากกว่านี้</li>
<li>เขียนบลอคนี้ และคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดี จนสนับสนุนให้<a href="http://tonfai.wordpress.com">น้องสาว</a>ทำก่อนไปอยู่นอร์เวย์ด้วย ซึ่งน้องก็เริ่มชอบบลอคเหมือนกัน และเริ่มเห็นแล้วว่า hi5 มันแย่แค่ไหน</li>
<li>ใช้ <a href="http://twitter.com/missnanny">twitter</a> และมักชวนเชื่อให้คนอื่นใช้ด้วย แต่เค้ามักไม่ใช้กัน เพราะไม่เข้าใจประโยชน์ของมันและคิดว่ามันไร้สาระ</li>
<li>สนใจการอ่านเรื่องที่มีสาระมากขึ้น เช่น อ่าน <a href="http://blognone.com">Blognone</a> , personal blog อื่นๆ, อ่านข่าว, บทความ, วิกิพีเดีย</li>
<li>หิ้วโน้ตบุ๊คมาเรียน จนเพื่อนบอกว่าเวลาคุยกันแล้วพูดถึงแนน (ซึ่งชื่อโหลมาก) จะต้องระบุว่าแนนคนนี้คือ &#8220;แนนโนัตบุ๊ค&#8221; ประมาณว่าถ้าเห็นแนน ต้องเห็นโน้ตบุ๊คด้วย (คิดเล่นๆว่าถ้าเกิดคนที่ชื่อแนนอีกคนก็ชอบเอาโน้ตบุ๊คมาด้วย เวลาเรียกคงต้องเพิ่มชื่อยี้ห้อโน้ตบุ๊คไปด้วย อาจจะเป็น &#8220;แนน hp&#8221;)</li>
</ul>
<p>อีกอย่างที่ได้จากวิชานี้คือ เวลารู้อะไรต้องรู้ให้จริง รู้จัก wikipedia ก็ต้องรู้ว่ามันมีไอเดียมาจากอะไร สะท้อนอะไรบ้าง ไม่ใช่ท่องๆแค่ว่ามันเป็นสารานุกรมออนไลน์ และไม่ใช่ว่าเรียนพีอาร์แล้วจะเรียนเฉพาะเรื่องกระบวนการประชาสัมพันธ์อย่างเดียว แต่เราต้องจักการตลาด หลักเศรษฐศาสตร์ รู้จัก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/The_long_tail">long tail</a> รู้จัก <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Wisdom_of_crowds">Wisdom of Crowds</a> และอื่นๆอีกมากมายด้วย ซึ่งการเรียนวิขานี้ inspired ในแนนเขียนเรียงความเรื่องสุดท้่ายในวิขา Argumentative writing ชื่อเรื่อง &#8220;Is our English really English?&#8221; ชี้ประเด็นว่าภาควิชาฯควรจะสอนอย่างอื่นมากกว่าภาษาด้วย เพราะตอนนี้เหมือนเราเน้นแต่เรียนภาษาอย่างเดียว จนแนนรู้สึกว่าถ้าไม่ได้วิชาโทหรือวิชาเลือกเสรีมาช่วยไว้ คงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายเวลาในมหาวิทยาลัยที่เป็นช่วงที่เราจะตักตวงอะไรได้มากมายแน่ๆ</p>
<p>ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดที่ได้นี้ เริ่มต้นมาจากการเีรียนเรื่อง web 2.0 และการเรียนเรื่องพีอาร์ ซึ่งชี้ให้เห็นเลยว่า ความคิดที่ว่าการประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องง่ายๆ แค่เขียนข่าวแล้วประกาศให้ชาวบ้านเขารู้นั้น เป็นความคิดที่ผิดและโบราณมากๆ</p>
  <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gocomments/missnanny.wordpress.com/66/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/comments/missnanny.wordpress.com/66/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godelicious/missnanny.wordpress.com/66/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/delicious/missnanny.wordpress.com/66/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/gostumble/missnanny.wordpress.com/66/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/stumble/missnanny.wordpress.com/66/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/godigg/missnanny.wordpress.com/66/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/digg/missnanny.wordpress.com/66/" /></a> <a rel="nofollow" href="http://feeds.wordpress.com/1.0/goreddit/missnanny.wordpress.com/66/"><img alt="" border="0" src="http://feeds.wordpress.com/1.0/reddit/missnanny.wordpress.com/66/" /></a> <img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=missnanny.wordpress.com&blog=3976985&post=66&subd=missnanny&ref=&feed=1" /></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://missnanny.wordpress.com/2008/09/29/prcourse/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="http://1.gravatar.com/avatar/b6814c7f86f7aa0f45cb8dfc5f653496?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">missnanny</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>